Repti-Playground

 MBD โรคร้ายที่ป้องกันได้          

                                                                      

 

โรคของการขาดแคลเซียมที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ เมทาบอลิซึมของกระดูก
Metabolic Bone Disease

 

 

 

 

 สัตว์เลื้อยคลานในธรรมชาติส่วนใหญ่สังเคราะห์วิตามิน D3 จากรังสี UVB ที่ได้จากแสงแดด ซึ่งวิตามิน D3 เป็นสิ่งจำเป็นต่อประสิทธิภาพของกระบวนการเมทาบอลิซึม (Metaboisim) แคลเซียมในสัตว์เลื้อยคลาน โดยมี UVB เป็นตัวกระตุ้นการสร้างวิตามิน D3 ในชั้นผิวหนัง 

 

กระบวนการจะเริ่มต้นที่การสร้างสารประกอบโปรวิตามิน D3 (7-dehydrocholesterol) ประกอบกับความร้อนและกลไกในชั้นผิวหนังจะเปลี่ยนโปรวิตามิน D3 ไปเป็นวิตามิน D3 (cholecalciferol)  จากนั้นตับและไตจะเปลี่ยนรูปวิตามิน D3 ให้อยู่ในรูปแบบที่ร่างกายสัตว์สามารถนำไปใช้งานได้เรียกว่า ไฮดร๊อกซีวิตามินดี (1,25, hydroxy-vitamin D) ซึ่งเป็นตัวควบคุมเมทาบอลิซึมแคลเซียม
     
สัตว์เลื้อยคลานประเภทกินเนื้อ และประเภทกินทั้งเนื้อและพืช ได้รับวิตามิน D3 จากอาหารเป็นส่วนใหญ่ เมื่อเทียบกับความต้องการวิตามิน D3 ของตัวสัตว์เอง 

ส่วนในอาหารจำพวกพืชนั้นจะไม่มีวิตามิน D3 อยู่ แต่จะมีวิตามิน D2 (ergocalciferol) แทน ซึ่งวิตามิน D2 มีประสิทธิภาพเมทาบอลิซึมแคลเซียมน้อยกว่าวิตามิน D3 

ดังนั้นสัตว์เลื้อยคลานประเภทกินพืช จึงมีความต้องการรังสี UVB แตกต่างจากสัตว์เลื้อยคลานประเภทกินเนื้ออยู่มากทั้งในเชิงของคุณภาพ และปริมาณ

รังสี UVB โดยทั่วไปจะมีวงจำกัดความยาวคลื่นจาก 290-320 nm แต่ช่วงความยาวคลื่น 290-305 nm เป็นช่วงที่สำคัญที่สุด คลื่นแสงในวงแคบๆของช่วง UVB นี้  มีความจำเป็นต่อขนวนการสังเคราะห์วิตามิน D3 ภายในชั้นผิวหนัง 

ถึงแม้ว่าความยาวคลื่นต่ำกว่า 310 nm จะสนับสนุนการสังเคราะห์วิตามิน D3 แต่ความยาวคลื่นที่สูงกว่า 310 nm สามารถทำลายวิตามิน D3 ที่ถูกสังเคราะห์แล้วในชั้นเนื้อเยื่อผิวหนัง หรือคงสภาพไว้ 

 

 ถ้าสัตว์ได้รับวิตามิน D3 ไม่เพียงพอจะส่งผลให้เกิดโรคเกี่ยวกับกระดูกนิ่มอย่างรวดเร็ว หรือที่เรียกว่า (Metabolic Bone Disease) โรคมีผลต่อมวลกระดูก   

 

 

 

Metabolic Bone Disease จะทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับขบวนการเมทาบอลิซึมอื่นๆที่ร้ายแรงด้วย รวมไปถึงอาการบวม เซื่องซึม อ่อนเพลีย สั่นเทา และกระดองนิ่มในสัตว์ประเภทเต่า 


นอกจากปัจจัยทางด้านรังสี UVB แล้ว อาหารควรมีระดับของแคลเซียมที่เพียงพอ หรือมีความจำเป็นที่ต้องให้ในลักษณะสารอาหารเสริม 

ลูกสัตว์เลื้อยคลานจะมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคนี้ ในสัตว์โตเต็มวัย ก็สามารถได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันหากอยู่ในภาวะขาดแคลนแคลเซียมเป็นระยะเวลานาน และเช่นเดียวกับสัตว์ในช่วงวางไข่ จะมีผลกระทบมากเช่นเดียวกันเนื่องความต้องการแคลเซียมที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการสร้างฟองไข่

อาหารของสัตว์กินพืช และ สัตว์กินเนื้อมักจะขาดแคลเซี่ยม และ มีฟอสฟอรัสสูง ดังนั้นจึงไม่มีประโยชน์ที่จะใช้ผลิตภัณฑ์แคลเซียมที่มีฟอสฟอรัส เพื่อป้องอัตราส่วนที่ไม่สมดุล  และขัดขวางการดูดซึมแคลเซียม อัตราส่วนที่เหมาะสมของแคลเซียมอาหารต่อฟอสฟอรัส (Ca : P) ไม่ควรน้อยกว่า 1.2 : 1 หรือ 2 : 1 ถึง 8 : 1 (ขึ้นอยู่กับความต้องการของสัตว์แต่ละชนิด)

 

ดัชนีผลผลิต D3 (D3 Yield Index)

สัดส่วนของพลังงานรังสี UVB ในแต่ละช่วงที่ให้การสังเคราะห์วิตามิน D3 ในระดับต่างๆ ได้ถูกนำมาใช้ในการคำนวณหาดัชนีผลผลิต D3 


 

 
หากไม่มีรังสี UVB จากหลอดที่มีประสิทธิภาพเฉพาะ ในช่วงคลื่นของการสร้างโปรวิตามิน D3 (7-dehydrocholesterol) เพื่อเปลี่ยนรูปวิตามิน D3 แล้ว แสดงว่าหลอดดังกล่าวไม่มีความสามารถในการช่วยสังเคราะห์แสง 

จึงสรุปได้ว่าอัตราส่วนร้อยละของรังสี UVB จากปริมาณรังสีรวมทั้งหมดไม่ได้เป็นสิ่งที่บ่งชี้ประสิทธิภาพที่แท้จริงของหลอดต่อขบวนการผลิตวิตามิน D

 

จากข้อมูลที่นำเสนอข้างต้นแล้ว ในฐานะผู้เลี้ยง เราควรจะเอาใจใส่ให้สัตว์ที่เรารักมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ปราศจากอาการเจ็บป่วยต่างๆที่อาจเกิดจากโภชนาการและการเลี้ยงดู ยังไงแล้วการป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไขเสมอ สัตว์แข็งแรงย่อมส่งผลให้คนเลี้ยงสุขใจ 
     
ขอให้สัตว์เลี้ยงของทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง ให้เค้ารู้สึกเหมือนอยู่ในบ้านของตัวเองมากที่สุด

สนับสนุนข้อมูลดีดีโดย Exo Terra “Make your reptiles feel at home”


 
Online:  25
Visits:  1,599,925
Today:  473
PageView/Month:  13,785